
ผ้า French Terry และผ้า Fleece เป็นผ้าถักสองชนิดที่มักถูกใช้ในการผลิตเสื้อสเวตเตอร์ เสื้อฮู้ด และเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาว เพราะมีเนื้อผ้าที่นุ่ม สวมใส่สบาย และให้ความรู้สึกอบอุ่นได้ในระดับที่ต่างกัน หลายคนที่กำลังวางแผนเปิดแบรนด์เสื้อผ้าหรือกำลังหาโรงงานผลิตเสื้อผ้า OEM มักสับสนว่าผ้าสองชนิดนี้ต่างกันตรงไหน มองด้วยตาเปล่าก็ดูคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างทั้งด้านโครงสร้างเนื้อผ้า น้ำหนัก ความอุ่น และการใช้งานที่เหมาะสม บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักผ้าทั้งสองชนิดอย่างละเอียด จากประสบการณ์กว่า 30 ปีของโรงงานทอผ้ายืดและตัดเย็บเสื้อผ้าครบวงจร A.L.A. Knitting เพื่อให้เจ้าของแบรนด์ตัดสินใจเลือกผ้าได้ตรงกับสินค้าที่ต้องการผลิตมากที่สุด
2 ผ้านี้คืออะไร
ก่อนจะแยกความแตกต่าง ต้องเข้าใจก่อนว่าทั้ง French Terry และ Fleece เป็น "ผ้าถัก" (Knitted Fabric) ไม่ใช่ผ้าทอ ทั้งคู่ผลิตจากกระบวนการถักด้ายเป็นห่วง (Loop) ต่อเนื่องกันเป็นผืนผ้า ทำให้มีคุณสมบัติยืดหยุ่นในระดับหนึ่งและให้สัมผัสที่นุ่มกว่าผ้าทอทั่วไป เส้นด้ายที่นิยมใช้มีทั้งคอตตอน 100% คอตตอนผสมโพลีเอสเตอร์ หรือผสมสแปนเด็กซ์เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น
จุดร่วมของผ้าทั้งสองชนิดคือด้านนอก (Face) จะมีผิวเรียบเนียนคล้ายผ้ายืดทั่วไป แต่ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ "ด้านใน" ของผืนผ้า ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทั้งความหนา น้ำหนัก และระดับความอุ่นเมื่อสวมใส่ นี่คือจุดที่ทำให้ French Terry และ Fleece ถูกนำไปใช้ผลิตเสื้อผ้าคนละแบบกัน แม้จะอยู่ในตระกูลผ้าสเวตเตอร์เดียวกันก็ตาม
French Terry
French Terry คือผ้าถักที่ด้านในยังคงเป็น "ห่วงด้าย" (Loop) ที่ไม่ผ่านการแปรงขน มองเห็นเป็นห่วงเล็ก ๆ เรียงตัวกันชัดเจนเมื่อพลิกดูด้านใน ลักษณะนี้ทำให้ผ้ามีความหนาปานกลางถึงบาง น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดีกว่าผ้ากลุ่ม Fleece มาก และไม่อมความร้อนจนเกินไป
- ผิวสัมผัสด้านใน — เป็นห่วงด้ายละเอียด ไม่ฟูนุ่มเท่า Fleece แต่ให้ความรู้สึกเย็นสบายกว่าเมื่อสัมผัสผิว
- น้ำหนักและความหนา — บางและเบากว่า Fleece ทำให้ใส่สบาย ไม่อึดอัด เหมาะกับการสวมใส่ได้เกือบทั้งปี
- การระบายอากาศ — เนื้อผ้าโปร่งกว่า จึงระบายเหงื่อและความร้อนได้ดีกว่า เหมาะกับอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทย
- งานที่นิยมใช้ — เสื้อสเวตเตอร์แขนยาวทรงเบสิก เสื้อกีฬาแนวลำลอง เสื้อฮู้ดบางสำหรับใส่ในอาคารหรือห้องแอร์ และเสื้อผ้าลำลองที่เน้นความสบายมากกว่าความอุ่น
ด้วยความบางเบานี้เอง French Terry จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมของแบรนด์เสื้อผ้าที่ต้องการผลิตสินค้าขายได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะตลาดในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อากาศไม่หนาวจัด
Fleece
Fleece เป็นผ้าถักที่ผ่านกระบวนการเพิ่มเติมจากผ้าถักพื้นฐาน คือการ "แปรงขน" (Brushing) ด้านในผืนผ้าให้เส้นใยฟูขึ้นเป็นขนนุ่ม ๆ คล้ายสำลี ทำให้เกิดช่องอากาศระหว่างเส้นใยจำนวนมาก ซึ่งช่องอากาศเหล่านี้เองที่ทำหน้าที่กักเก็บความร้อนของร่างกาย ทำให้ผ้า Fleece ให้ความอุ่นได้มากกว่า French Terry อย่างชัดเจน
- ผิวสัมผัสด้านใน — ฟูนุ่ม เป็นขนละเอียดทั่วผืนผ้า ให้ความรู้สึกอบอุ่นทันทีที่สัมผัส
- น้ำหนักและความหนา — หนาและมีน้ำหนักมากกว่า French Terry เนื้อผ้าแน่นและทึบกว่า
- ความอุ่น — เก็บความร้อนได้ดี เหมาะกับอากาศเย็นถึงหนาวจัด หรือพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ
- งานที่นิยมใช้ — เสื้อฮู้ดหนา เสื้อแจ็คเก็ตกันหนาว เสื้อคลุมสำหรับใส่ในต่างประเทศหรือพื้นที่อากาศหนาว รวมถึงเสื้อผ้ากลุ่มเอาต์ดอร์และสตรีทแวร์ที่เน้นความหนาของทรงเสื้อ
เนื่องจาก Fleece มีน้ำหนักและความหนามากกว่า จึงมักถูกเลือกใช้ในคอลเลกชันฤดูหนาว หรือกลุ่มสินค้าที่ต้องการวางขายในตลาดต่างประเทศที่มีอากาศเย็นเป็นหลัก
เปรียบเทียบ
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น สามารถสรุปความแตกต่างระหว่างผ้าทั้งสองชนิดได้ดังนี้
- ผิวด้านใน — French Terry เป็นห่วงด้าย (Loop) ส่วน Fleece เป็นขนฟูจากการแปรงขน (Brushed)
- ความหนา — French Terry บางถึงหนาปานกลาง ส่วน Fleece หนากว่าอย่างชัดเจน
- น้ำหนัก — French Terry เบากว่า เหมาะกับการสวมใส่ต่อเนื่องนาน ๆ ส่วน Fleece หนักกว่าและให้ทรงเสื้อที่หนาแน่นกว่า
- ความอุ่น — French Terry ให้ความอุ่นปานกลาง ส่วน Fleece ให้ความอุ่นสูง เหมาะกับอากาศหนาว
- ฤดูกาลที่เหมาะสม — French Terry สวมใส่ได้เกือบทุกฤดู ส่วน Fleece เหมาะกับฤดูหนาวหรือพื้นที่อากาศเย็นโดยเฉพาะ
- ประเภทเสื้อผ้าที่นิยม — French Terry นิยมใช้ทำเสื้อสเวตเตอร์บางและเสื้อลำลอง ส่วน Fleece นิยมใช้ทำเสื้อฮู้ดหนาและเสื้อแจ็คเก็ต
โดยสรุป ถ้าเน้นความบาง เบา และระบายอากาศ French Terry คือคำตอบ แต่ถ้าต้องการความอุ่นและความหนาที่ให้ทรงเสื้อดูมีมิติ Fleece จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า
เลือกแบบไหนดี
การเลือกผ้าให้เหมาะกับสินค้าที่จะผลิตนั้น ควรพิจารณาจากปัจจัยหลัก 3 ข้อ คือกลุ่มเป้าหมาย สภาพอากาศที่จะนำไปใช้งาน และประเภทของเสื้อผ้าที่ต้องการผลิต
- ผลิตเสื้อสเวตเตอร์ขายในไทยหรือภูมิภาคอากาศร้อน — แนะนำ French Terry เพราะบาง เบา ระบายอากาศดี ใส่สบายแม้อากาศร้อนชื้น และยังคงให้ลุคสไตล์สเวตเตอร์ได้เหมือนเดิม
- ผลิตเสื้อฮู้ดหรือแจ็คเก็ตสำหรับตลาดอากาศเย็นหรือส่งออก — แนะนำ Fleece เพราะให้ความอุ่นสูงกว่า เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการเสื้อผ้ากันหนาวจริงจัง
- ผลิตสินค้าให้ใส่ได้หลายฤดูกาลในคอลเลกชันเดียว — อาจพิจารณาทำทั้งสองเวอร์ชันในดีไซน์เดียวกัน เพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ตามสภาพอากาศของตัวเอง
- งบประมาณและน้ำหนักสินค้า — Fleece มักมีต้นทุนผ้าและค่าขนส่งที่สูงกว่าเล็กน้อยจากน้ำหนักที่มากกว่า จึงควรคำนวณต้นทุนรวมก่อนตัดสินใจ
ในทางปฏิบัติ โรงงานที่มีทั้งกระบวนการทอผ้ายืด ย้อม และตัดเย็บครบวงจรในที่เดียว จะช่วยให้เจ้าของแบรนด์ควบคุมคุณภาพเนื้อผ้าได้ตั้งแต่ต้นทาง ลดปัญหาสีเพี้ยนหรือเนื้อผ้าไม่ตรงสเปกที่มักเกิดขึ้นเมื่อสั่งผ้าจากหลายแหล่ง A.L.A. Knitting เป็นโรงงานการ์เม้นท์ครบวงจรตั้งอยู่ในพื้นที่บางนา จังหวัดสมุทรปราการ ให้บริการตั้งแต่ บริการโรงงานทอผ้ายืดของเรา การย้อมสี ไปจนถึงการตัดเย็บ ปักลาย และสกรีน จึงสามารถให้คำแนะนำเรื่องการเลือกเนื้อผ้าให้เหมาะกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายของแต่ละแบรนด์ได้อย่างตรงจุด
หากยังไม่แน่ใจว่าสินค้าของแบรนด์ควรใช้ French Terry หรือ Fleece หรือมีข้อสงสัยเรื่องปริมาณการสั่งผลิตขั้นต่ำและระยะเวลาในการผลิต แนะนำให้ติดต่อทีมงานเพื่อขอคำปรึกษาและประเมินรายละเอียดที่เหมาะกับสินค้าของแต่ละแบรนด์โดยเฉพาะ
คำถามที่พบบ่อย
ฮู้ดใช้ผ้าอะไร?
เสื้อฮู้ดใช้ได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับความอุ่นที่ต้องการ — Fleece เหมาะกับฮู้ดหนาใส่กันหนาว ส่วน French Terry เหมาะกับฮู้ดบางใส่ในอาคาร
Fleece ร้อนไหม?
Fleece ให้ความอุ่นสูงเพราะด้านในเป็นขนฟูเก็บความร้อนได้ดี จึงเหมาะกับอากาศเย็นมากกว่าอากาศร้อนชื้น
French Terry ใส่หน้าร้อนได้ไหม?
ได้ครับ French Terry บางเบาและระบายอากาศดีกว่า Fleece มาก จึงใส่สบายได้เกือบทั้งปีแม้อากาศร้อนชื้นแบบไทย
โรงงานผลิตเสื้อฮู้ดได้ไหม?
ได้ครับ A.L.A. Knitting ทอผ้าและตัดเย็บเสื้อฮู้ด สเวตเตอร์ครบวงจร พร้อมแนะนำเลือกผ้าให้เหมาะกับสินค้าของแต่ละแบรนด์




